CHALLENGE · เกรด 3.8

ภาคปฏิบัติ ก.2
ระดับเกรด 3.8

ชั้นที่ยากขึ้นจริง — ออกแบบให้วัดระดับ "นักศึกษาเกรด 3.8" ตามที่ผู้ตรวจอิสระแนะนำ: ไม่แจกค่า N(d) ต้องเปิดตารางเอง · มีข้อสร้างกลยุทธ์อาร์บิทราจ · ข้อพิสูจน์ · กับดักแยกคนเข้าใจจริง · พร้อมหัวข้อที่เล่มก่อนยังขาด

เรียบเรียงโดยผู้เขียน · Norms OS · ต่อยอดจากภาคปฏิบัติ ก.2 · เฉลยตรวจด้วย Python

🏆 อะไรทำให้ชั้นนี้ "ระดับ 3.8"

⚠️ ชั้นนี้ยากกว่าภาคปฏิบัติพื้นฐานมาก — ควรทำชั้นพื้นฐาน (🧪 ภาคปฏิบัติ ก.2) ให้คล่องก่อน · เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

สารบัญ

📊 ตารางการแจกแจงปกติมาตรฐาน (z-table) — เครื่องมือ ใช้แทนการแจกค่า N(d) 📚 X1 · หัวข้อที่เล่มก่อนยังขาด — ปันผล/cost-of-carry · implied vol · กลยุทธ์ออปชั่น · early exercise 🧗 X2 · โจทย์ท้าทาย 6 ข้อ — อาร์บิทราจ · พิสูจน์ · กับดัก (เฉลย+rubric) ⏱️ X3 · ข้อสอบระดับ 3.8 — 10 ข้อ จับเวลา 120 นาที ไม่แจก N(d)
📊

ตารางการแจกแจงปกติมาตรฐาน

ค่า $N(z)=P(Z\le z)$ สำหรับ $z\ge 0$ · สำหรับ $z$ ลบใช้ $N(-z)=1-N(z)$ · หาแถว = ทศนิยมตำแหน่งแรกของ $z$, หาคอลัมน์ = ทศนิยมตำแหน่งที่สอง

z0.000.010.020.030.040.050.060.070.080.09
0.00.50000.50400.50800.51200.51600.51990.52390.52790.53190.5359
0.10.53980.54380.54780.55170.55570.55960.56360.56750.57140.5753
0.20.57930.58320.58710.59100.59480.59870.60260.60640.61030.6141
0.30.61790.62170.62550.62930.63310.63680.64060.64430.64800.6517
0.40.65540.65910.66280.66640.67000.67360.67720.68080.68440.6879
0.50.69150.69500.69850.70190.70540.70880.71230.71570.71900.7224
0.60.72570.72910.73240.73570.73890.74220.74540.74860.75170.7549
0.70.75800.76110.76420.76730.77040.77340.77640.77940.78230.7852
0.80.78810.79100.79390.79670.79950.80230.80510.80780.81060.8133
0.90.81590.81860.82120.82380.82640.82890.83150.83400.83650.8389
1.00.84130.84380.84610.84850.85080.85310.85540.85770.85990.8621
1.10.86430.86650.86860.87080.87290.87490.87700.87900.88100.8830
1.20.88490.88690.88880.89070.89250.89440.89620.89800.89970.9015
1.30.90320.90490.90660.90820.90990.91150.91310.91470.91620.9177
1.40.91920.92070.92220.92360.92510.92650.92790.92920.93060.9319
1.50.93320.93450.93570.93700.93820.93940.94060.94180.94290.9441
1.60.94520.94630.94740.94840.94950.95050.95150.95250.95350.9545
1.70.95540.95640.95730.95820.95910.95990.96080.96160.96250.9633
1.80.96410.96490.96560.96640.96710.96780.96860.96930.96990.9706
1.90.97130.97190.97260.97320.97380.97440.97500.97560.97610.9767
2.00.97720.97780.97830.97880.97930.97980.98030.98080.98120.9817
2.10.98210.98260.98300.98340.98380.98420.98460.98500.98540.9857
2.20.98610.98640.98680.98710.98750.98780.98810.98840.98870.9890
2.30.98930.98960.98980.99010.99040.99060.99090.99110.99130.9916
2.40.99180.99200.99220.99250.99270.99290.99310.99320.99340.9936
2.50.99380.99400.99410.99430.99450.99460.99480.99490.99510.9952
2.60.99530.99550.99560.99570.99590.99600.99610.99620.99630.9964
2.70.99650.99660.99670.99680.99690.99700.99710.99720.99730.9974
2.80.99740.99750.99760.99770.99770.99780.99790.99790.99800.9981
2.90.99810.99820.99820.99830.99840.99840.99850.99850.99860.9986
3.00.99870.99870.99870.99880.99880.99890.99890.99890.99900.9990

ตัวอย่างการอ่าน: $N(0.35)$ → แถว 0.3 คอลัมน์ 0.05 = 0.6368 · $N(-0.35)=1-0.6368=0.3632$

X1

หัวข้อที่เล่มก่อนยังขาด

4 หัวข้อสำคัญระดับ ป.ตรี ที่ภาคปฏิบัติพื้นฐานยังไม่ครอบคลุม — ปูให้ครบก่อนสอบจริง

ฟอร์เวิร์ด/ฟิวเจอร์สเมื่อมีปันผลและต้นทุนถือครอง (Cost of Carry)

แนวคิด

ราคาฟอร์เวิร์ดสะท้อน "ต้นทุนจริงของการถือสินทรัพย์จนถึงวันส่งมอบ" ซึ่งรวมทั้งดอกเบี้ยที่เสียไป ต้นทุนจัดเก็บ และหักด้วยผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างทาง เช่น เงินปันผลหรือ convenience yield

เมื่อสินทรัพย์จ่ายเงินปันผลแบบก้อน (discrete dividend) ที่ทราบมูลค่าปัจจุบัน $I$ สูตรราคาฟอร์เวิร์ดคือ

$$F_0=(S_0-I)\,e^{rT}$$

เหตุผล: ผู้ถือฟอร์เวิร์ดไม่ได้รับปันผล จึงต้องหักมูลค่าปัจจุบันของปันผลออกจากราคาสปอตก่อนคิดดอกเบี้ย

สูตรทั่วไปรูป cost-of-carry ที่รวมต้นทุนทุกประเภทคือ

$$F_0=S_0\,e^{(r+u-q)T}$$

โดย $u$ = อัตราต้นทุนจัดเก็บ (storage cost) และ $q$ = อัตราปันผลต่อเนื่อง หรือ convenience yield

Convenience yield คือประโยชน์ที่ผู้ถือสินค้าจริงได้รับโดยตรง เช่น โรงกลั่นที่ถือน้ำมันสำรองสามารถตอบสนองความต้องการผลิตได้ทันที ผลประโยชน์ที่จับต้องไม่ได้นี้ทำให้ราคาฟิวเจอร์สต่ำกว่าที่คาด (backwardation ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์)

ตัวอย่าง — คำนวณทีละขั้น

กำหนด: หุ้นราคา $S_0=100$ บาท จะจ่ายปันผล 2 บาทในอีก 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยปราศจากความเสี่ยง $r=5\%$ ต่อปี อายุสัญญา $T=1$ ปี

ขั้นที่ 1 หามูลค่าปัจจุบันของปันผล

$$I=2\,e^{-0.05\times0.5}=2\times0.9753=1.9506\text{ บาท}$$

ขั้นที่ 2 คำนวณราคาฟอร์เวิร์ด

$$F_0=(100-1.9506)\,e^{0.05\times1}=98.0494\times1.05127\approx103.08\text{ บาท}$$

ตีความ: ถ้าราคาฟอร์เวิร์ดในตลาดสูงกว่า 103.08 บาท → มีโอกาส arbitrage โดยซื้อหุ้นทันทีและขายฟอร์เวิร์ด

Implied Volatility กับวิธีนิวตัน-ราฟสัน

แนวคิด

Implied Volatility (IV) คือค่าความผันผวน $\sigma$ ที่ทำให้ราคาออปชั่นจากสูตร Black-Scholes-Merton (BSM) เท่ากับราคาที่ซื้อขายกันจริงในตลาด IV ไม่มีสูตรปิด (closed-form) จึงต้องหาเชิงตัวเลข

วิธีที่นิยมที่สุดคือ นิวตัน-ราฟสัน ซึ่งอาศัยอนุพันธ์ (vega $\mathcal{V}$) เพื่อก้าวข้ามไปหาคำตอบที่แม่นกว่าในแต่ละรอบ

$$\sigma_{n+1}=\sigma_n-\frac{C_{BSM}(\sigma_n)-C_{market}}{\mathcal{V}(\sigma_n)}$$

Vega $\mathcal{V}=S_0\sqrt{T}\,N'(d_1)$ เป็นบวกเสมอและเปลี่ยนแปลงราบเรียบ ทำให้วิธีนี้ลู่เข้าเร็วมาก (โดยทั่วไปไม่เกิน 5–10 รอบ)

ตัวอย่าง — คำนวณทีละขั้น

กำหนด: call ราคาตลาด $C_{market}=12$ บาท, $S_0=K=100$, $r=5\%$, $T=1$ ปี เริ่มต้นด้วยการเดา $\sigma_0=0.20$

รอบที่ 1

คำนวณ $C_{BSM}(0.20)=10.45$ บาท และ $\mathcal{V}(0.20)=37.52$

$$\sigma_1=0.20-\frac{10.45-12}{37.52}=0.20+\frac{1.55}{37.52}=0.2413$$

รอบที่ 2

คำนวณ $C_{BSM}(0.2413)=12.01$ บาท ซึ่งใกล้ 12 แล้ว ลู่เข้าที่

$$\text{Implied Volatility}\approx24.1\%$$

ตีความ: ตลาด "ราคา" ความไม่แน่นอนในอนาคตไว้ที่ 24.1% ต่อปี เปรียบเทียบกับ historical vol เพื่อตัดสินว่าออปชั่นนั้นแพงหรือถูก

กลยุทธ์ออปชั่นหลายขา (Spreads & Combinations)

แนวคิด

การใช้ออปชั่นหลายขาพร้อมกันช่วยปั้น payoff ตามมุมมองตลาดได้อย่างยืดหยุ่น กลยุทธ์หลัก 4 แบบ ได้แก่

  • Bull Call Spread: ซื้อ call strike ต่ำ + ขาย call strike สูง → คาดตลาดขึ้นพอประมาณ จำกัดทั้งกำไรและขาดทุน
  • Bear Put Spread: ซื้อ put strike สูง + ขาย put strike ต่ำ → คาดตลาดลง ลดต้นทุนเทียบกับซื้อ put เดี่ยว
  • Straddle: ซื้อ call + put สไตรค์เดียวกัน → กำไรเมื่อตลาดเคลื่อนแรงทิศทางใดก็ได้ ขาดทุนเมื่อตลาดนิ่ง
  • Butterfly: ซื้อ call สไตรค์ต่ำและสูง + ขาย 2 call สไตรค์กลาง → กำไรสูงสุดเมื่อราคาอยู่ที่สไตรค์กลางพอดี

ตัวอย่าง — Bull Call Spread

ซื้อ call $K_1=95$ (พรีเมียม 8 บาท) และขาย call $K_2=105$ (พรีเมียม 3 บาท)

$$\text{ต้นทุนสุทธิ}=8-3=5\text{ บาท}$$
$$\text{กำไรสูงสุด}=(K_2-K_1)-\text{ต้นทุนสุทธิ}=(105-95)-5=5\text{ บาท}$$
$$\text{ขาดทุนสูงสุด}=5\text{ บาท (เมื่อ }S_T\le95)$$
$$\text{จุดคุ้มทุน}=K_1+\text{ต้นทุนสุทธิ}=95+5=100\text{ บาท}$$

ตัวอย่าง — Butterfly Spread

ซื้อ call $K_1=90$ (พรีเมียม 14) + ขาย 2 call $K_2=100$ (พรีเมียม 7 ละ) + ซื้อ call $K_3=110$ (พรีเมียม 3)

$$\text{ต้นทุนสุทธิ}=14-2(7)+3=3\text{ บาท}$$
$$\text{กำไรสูงสุด}=(K_2-K_1)-3=(100-90)-3=7\text{ บาท เมื่อ }S_T=100$$
$$\text{ขาดทุนสูงสุด}=3\text{ บาท}$$
$$\text{จุดคุ้มทุน}=93\text{ และ }107\text{ บาท}$$

Butterfly เหมาะเมื่อคาดว่าราคาจะ "อยู่นิ่ง" ใกล้สไตรค์กลาง ต้นทุนต่ำ แต่หน้าต่างกำไรแคบ

ออปชั่นอเมริกันกับการใช้สิทธิ์ก่อนกำหนด (Early Exercise)

แนวคิด

ออปชั่น ยุโรป ใช้สิทธิ์ได้เฉพาะวันหมดอายุเท่านั้น ส่วนออปชั่น อเมริกัน ใช้สิทธิ์ได้ทุกวันตลอดอายุสัญญา ความยืดหยุ่นนี้ทำให้ออปชั่นอเมริกันมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าออปชั่นยุโรปเสมอ แต่ไม่ได้หมายความว่าควรใช้สิทธิ์เสมอ

กฎสำคัญ — Call บนหุ้นที่ไม่จ่ายปันผล: ไม่ควรใช้สิทธิ์ก่อนกำหนดเลย เพราะราคาตลาดของออปชั่นสูงกว่ามูลค่าที่จะได้จากการใช้สิทธิ์เสมอ

$$C\ge S_0-Ke^{-rT}>S_0-K=\text{มูลค่าถ้าใช้สิทธิ์เลย}$$

กล่าวคือ ขายออปชั่นในตลาดให้ได้ราคามากกว่าการใช้สิทธิ์ทุกกรณี ดังนั้น American call บนหุ้นไม่จ่ายปันผล = European call ในทางมูลค่า

ข้อยกเว้นสำคัญ 2 กรณี:

  • Put อเมริกัน deep in-the-money: อาจคุ้มที่จะใช้สิทธิ์ก่อนกำหนด เพื่อรับเงิน $K-S$ มาลงทุนกินดอกเบี้ยทันที แทนที่จะรอรับในอนาคต
  • Call เมื่อหุ้นจ่ายปันผลก้อนใหญ่: ถ้าปันผลมีมูลค่ามากพอ อาจคุ้มที่จะใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นก่อนวันขึ้น XD เพื่อรับปันผลนั้น

ตัวอย่าง — สัญชาตญาณ Put อเมริกัน deep ITM

สมมติ put อเมริกัน $K=100$, $S_0=60$, $r=5\%$, $T=1$ ปี สถานการณ์ตอนนี้ในทางทฤษฎี:

  • ถ้าใช้สิทธิ์ตอนนี้: ได้รับ $100-60=40$ บาท นำไปฝากธนาคารครบปีได้ $40\,e^{0.05}\approx42.05$ บาท
  • ถ้ารอจนหมดอายุ: ราคาหุ้นอาจขึ้นใกล้ $K$ ทำให้ payoff น้อยลง และเงิน 40 บาทถูกล็อคไว้โดยไม่ได้ดอกเบี้ย

เมื่อ put ลึก in-the-money มากพอ ผลของดอกเบี้ยที่ได้จากการรับเงินก่อนเวลาจะมีน้ำหนักเกินกว่า time value ที่เสียไป การใช้สิทธิ์ก่อนกำหนดจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน

X2

โจทย์ท้าทาย 6 ข้อ

ระดับ 3.8 จริง — อาร์บิทราจ พิสูจน์ กับดัก · ลองทำเองก่อนกดดูเฉลย · มีเกณฑ์ให้คะแนนย่อย (rubric)

ข้อ 1อาร์บิทราจฟอร์เวิร์ด

หุ้นตัวหนึ่งราคาปัจจุบัน $S_0=200$ บาท ไม่จ่ายปันผล อัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง $r=3\%$ ต่อปี ฟอร์เวิร์ด 2 ปี ขณะนี้ตลาดเสนอราคา 220 บาท จงแสดงว่ามีอาร์บิทราจหรือไม่ ถ้ามีจงออกแบบกลยุทธ์พร้อมตารางกระแสเงินสด

📋 เกณฑ์ (20 คะแนน): ระบุว่าตลาดแพงเกิน 4 คะแนน · เลือกทิศกลยุทธ์ถูก (ขายฟอร์เวิร์ด + ซื้อหุ้น) 6 คะแนน · ตารางกระแสเงินสดถูกต้องครบทุกช่อง 6 คะแนน · ได้กำไร 7.63 บาทถูกต้อง 4 คะแนน
ดูเฉลย (ลองทำเองก่อนนะ)

ขั้นที่ 1 — คำนวณราคาฟอร์เวิร์ดยุติธรรม

$$F_0 = S_0 e^{rT} = 200\,e^{0.03\times2} = 200\,e^{0.06} = 212.37 \text{ บาท}$$

ตลาดเสนอ 220 บาท > ราคายุติธรรม 212.37 บาท → ฟอร์เวิร์ดแพงเกิน → มีโอกาสอาร์บิทราจ

ขั้นที่ 2 — กลยุทธ์อาร์บิทราจ

  • วันนี้ (t=0): กู้เงิน 200 บาท อัตรา 3% ต่อปี → ซื้อหุ้น 1 หน่วย + ขายสัญญาฟอร์เวิร์ดที่ราคา 220
  • ครบกำหนด (t=2): ส่งมอบหุ้นตามสัญญา รับเงิน 220 บาท → คืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย $200e^{0.06}=212.37$

ขั้นที่ 3 — ตารางกระแสเงินสด

ขั้นตอนวันนี้ (t=0)ครบกำหนด (t=2)
กู้เงิน 200 บาท+200$-200e^{0.06} = -212.37$
ซื้อหุ้น 1 หน่วย-200ส่งมอบหุ้น
ขายฟอร์เวิร์ด (F=220)0+220
กระแสสุทธิ0+7.63

✅ ตอบ: กำไรไร้ความเสี่ยง = $220 - 212.37 =$ 7.63 บาทต่อหน่วย

ข้อ 2พาริตีมีปันผล — กับดัก

call ราคา 4 บาท, $K=50, r=6\%, T=1$ ปี, $S_0=50$ บาท และหุ้นจะจ่ายปันผล 2 บาทในอีก 6 เดือน จงหาราคา put ที่ถูกต้องตามทฤษฎี และอธิบายว่าถ้าลืมใส่ปันผลจะพลาดอย่างไร

📋 เกณฑ์ (15 คะแนน): รู้ว่าต้องใส่ PV(div) ในสูตรพาริตี 5 คะแนน · คำนวณ $PV(div)=1.94$ ถูกต้อง 4 คะแนน · ได้ $P=3.03$ ถูกต้อง 4 คะแนน · อธิบายกับดัก (ลืมปันผล → P ต่ำไป 1.94) 2 คะแนน
ดูเฉลย (ลองทำเองก่อนนะ)

ขั้นที่ 1 — สูตรพาริตีเมื่อมีปันผล

$$C + Ke^{-rT} + PV(D) = P + S_0$$

ขั้นที่ 2 — คำนวณมูลค่าปัจจุบันของปันผล

$$PV(D) = 2\,e^{-0.06\times0.5} = 2\,e^{-0.03} = 1.9409 \text{ บาท}$$

ขั้นที่ 3 — หาราคา put

$$Ke^{-rT} = 50\,e^{-0.06} = 47.0882$$
$$P = C + Ke^{-rT} + PV(D) - S_0 = 4 + 47.0882 + 1.9409 - 50 = 3.03 \text{ บาท}$$

ขั้นที่ 4 — กับดัก: ถ้าลืมปันผล

$$P_{\text{ผิด}} = C + Ke^{-rT} - S_0 = 4 + 47.0882 - 50 = 1.09 \text{ บาท}$$

ต่ำกว่าราคาจริงพอดี $1.9409 \approx 1.94$ บาท ซึ่งตรงกับ $PV(D)$ พอดี — ปันผลทำให้ผู้ถือหุ้นได้เงินระหว่างทาง แต่ผู้ถือ put ไม่ได้ จึงต้องชดเชยใน put มากขึ้น

✅ ตอบ: $P = 3.03$ บาท (ลืมปันผล → ได้ 1.09 ต่ำไป 1.94 บาท)

ข้อ 3พิสูจน์ Early Exercise

จงพิสูจน์ว่า call อเมริกันบนหุ้นที่ไม่จ่ายปันผลไม่ควรใช้สิทธิ์ก่อนกำหนด (ยิ่งถือยิ่งมีค่า)

📋 เกณฑ์ (15 คะแนน): ใช้ขอบล่าง $C \ge S_0 - Ke^{-rT}$ และอ้างเหตุผลถูก 6 คะแนน · แสดงว่า $S_0 - Ke^{-rT} > S_0 - K$ เมื่อ $r > 0$ 5 คะแนน · สรุปว่าขายดีกว่าใช้สิทธิ์เสมอ 4 คะแนน
ดูเฉลย (ลองทำเองก่อนนะ)

ขั้นที่ 1 — ขอบล่างของ call ยุโรป

จากพาริตี put-call ($C + Ke^{-rT} = P + S_0$) และ $P \ge 0$:

$$C \ge S_0 - Ke^{-rT}$$

ขั้นที่ 2 — เปรียบกับมูลค่าใช้สิทธิ์ทันที

มูลค่าถ้าใช้สิทธิ์ทันที (intrinsic value) = $S_0 - K$

เมื่อ $r > 0$ และ $T > 0$: $e^{-rT} < 1$ ดังนั้น $Ke^{-rT} < K$

$$S_0 - Ke^{-rT} \;>\; S_0 - K$$

ขั้นที่ 3 — สรุป

  • ราคา call ในตลาด $C \ge S_0 - Ke^{-rT} > S_0 - K$ → ขาย call ในตลาดได้เงินมากกว่าใช้สิทธิ์ทันทีเสมอ
  • การใช้สิทธิ์ก่อนกำหนดเสีย time value ทิ้งโดยไม่จำเป็น
  • ยังต้องจ่ายเงิน $K$ เร็วกว่าที่ควร ทั้งที่สามารถถือเงินไว้ลงทุนต่อได้
  • Call อเมริกัน = Call ยุโรป ในกรณีนี้ (ไม่มีเหตุใช้สิทธิ์ก่อน)

✅ สรุป: ขาย call ในตลาดให้กำไรมากกว่าใช้สิทธิ์ก่อนกำหนดเสมอ → ไม่ควร early exercise

ข้อ 4Bull Call Spread

ซื้อ call $K_1=95$ พรีเมียม 8 บาท และขาย call $K_2=105$ พรีเมียม 3 บาท จงหา (1) ต้นทุนสุทธิ (2) กำไรสูงสุด (3) ขาดทุนสูงสุด (4) จุดคุ้มทุน (5) P/L ที่ $S_T=90, 100, 110$

📋 เกณฑ์ (15 คะแนน): ต้นทุนสุทธิถูก 3 คะแนน · กำไรสูงสุดถูก 4 คะแนน · ขาดทุนสูงสุดถูก 2 คะแนน · จุดคุ้มทุนถูก 3 คะแนน · P/L ถูกทั้ง 3 จุด 3 คะแนน
ดูเฉลย (ลองทำเองก่อนนะ)

ขั้นที่ 1 — ต้นทุนสุทธิ

$$\text{ต้นทุนสุทธิ} = 8 - 3 = 5 \text{ บาท}$$

ขั้นที่ 2 — ผลตอบแทนสูงสุด/ต่ำสุด

$$\text{กำไรสูงสุด} = (K_2 - K_1) - \text{ต้นทุน} = (105-95)-5 = 5 \text{ บาท} \quad (S_T \ge 105)$$
$$\text{ขาดทุนสูงสุด} = 5 \text{ บาท} \quad (S_T \le 95)$$

ขั้นที่ 3 — จุดคุ้มทุน

$$S^* = K_1 + \text{ต้นทุน} = 95 + 5 = 100 \text{ บาท}$$

ขั้นที่ 4 — P/L ที่แต่ละราคา

$S_T$payoff call K=95payoff call K=105 (ขาย)P/L สุทธิ
9000$0+0-5 = -5$
100+50$5+0-5 = \mathbf{0}$
110+15$-5$$15-5-5 = \mathbf{+5}$

✅ ตอบ: ต้นทุน 5 · กำไรสูงสุด +5 · ขาดทุนสูงสุด -5 · คุ้มทุน S=100 · P/L: (-5, 0, +5)

ข้อ 5Implied Volatility — Newton-Raphson

call ในตลาดราคา 12 บาท, $S_0=K=100, r=5\%, T=1$ ปี กำหนดให้: เริ่มต้น $\sigma_0=0.20$, ค่า BSM ที่ $\sigma_0$: $C_{BSM}(0.20)=10.45$, vega $=37.52$ จงหา implied volatility ด้วยวิธีนิวตัน-ราฟสัน 2 รอบ พร้อมอธิบายว่าทำไมวิธีนี้ลู่เข้าเร็ว

📋 เกณฑ์ (20 คะแนน): เขียนสูตรนิวตันถูกต้อง 5 คะแนน · รอบ 1 ได้ $\sigma_1=0.2413$ ถูก 7 คะแนน · รอบ 2 แสดงการลู่เข้า 5 คะแนน · สรุป IV ≈ 24.1% และอธิบายเหตุลู่เข้าเร็ว 3 คะแนน
ดูเฉลย (ลองทำเองก่อนนะ)

ขั้นที่ 1 — สูตรนิวตัน-ราฟสัน สำหรับ IV

$$\sigma_{n+1} = \sigma_n + \frac{C_{\text{ตลาด}} - C_{BSM}(\sigma_n)}{\text{vega}(\sigma_n)}$$

ขั้นที่ 2 — รอบที่ 1

$$\sigma_1 = 0.20 + \frac{12 - 10.45}{37.52} = 0.20 + \frac{1.55}{37.52} = 0.20 + 0.0413 = 0.2413$$

ขั้นที่ 3 — รอบที่ 2

คำนวณ $C_{BSM}(0.2413) \approx 12.01$ บาท (เกินเป้าเพียง 0.01 บาท)

$$\sigma_2 = 0.2413 + \frac{12 - 12.01}{\text{vega}(0.2413)} \approx 0.2411$$

ขั้นที่ 4 — เหตุที่ลู่เข้าเร็ว

  • vega ของ BSM เป็นบวกเสมอ (ราคา call เพิ่มตาม $\sigma$) ทำให้ฟังก์ชันโมโนโทนและหน้าตาดี
  • ฟังก์ชัน $C_{BSM}(\sigma)$ ค่อนข้าง smooth → derivative (vega) แม่นยำ → นิวตันทำงานได้ดี
  • จาก 1.55 บาท เหลือเพียง 0.01 บาทในรอบเดียว (ลดลง 99%)

✅ ตอบ: Implied Volatility $\approx$ 24.1% (ลู่เข้าใน 2 รอบ)

ข้อ 6ฟอร์เวิร์ดมีปันผลก้อน

หุ้นราคา $S_0=100$ บาท อัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง $r=5\%$ ต่อปี ฟอร์เวิร์ด $T=1$ ปี และหุ้นจะจ่ายปันผล 2 บาทในอีก 6 เดือน จงหาราคาฟอร์เวิร์ดยุติธรรม

📋 เกณฑ์ (15 คะแนน): รู้และเขียนสูตร $(S_0-I)e^{rT}$ ถูก 5 คะแนน · คำนวณ $PV(div)=1.95$ ถูก 4 คะแนน · ได้ $F_0=103.08$ ถูก 6 คะแนน
ดูเฉลย (ลองทำเองก่อนนะ)

ขั้นที่ 1 — สูตรฟอร์เวิร์ดเมื่อมีปันผลก้อน

$$F_0 = (S_0 - I)\,e^{rT}$$

โดย $I$ = มูลค่าปัจจุบันของปันผลทั้งหมดที่จ่ายในช่วงอายุสัญญา

ขั้นที่ 2 — คำนวณ $I$

$$I = 2\,e^{-0.05\times0.5} = 2\,e^{-0.025} = 2 \times 0.97531 = 1.9506 \text{ บาท}$$

ขั้นที่ 3 — คำนวณราคาฟอร์เวิร์ด

$$F_0 = (100 - 1.9506)\,e^{0.05\times1} = 98.0494 \times 1.05127 \approx 103.08 \text{ บาท}$$

สังเกต: ถ้าไม่มีปันผลจะได้ $F_0=100e^{0.05}=105.13$ บาท ปันผลทำให้ราคาฟอร์เวิร์ดต่ำลง เพราะผู้ถือหุ้นได้รับปันผลระหว่างทาง ทำให้ต้นทุนการถือครองสุทธิลดลง

✅ ตอบ: ราคาฟอร์เวิร์ดยุติธรรม = 103.08 บาท

X3

ข้อสอบระดับเกรด 3.8

10 ข้อ · จับเวลา 120 นาที · เต็ม 100 คะแนน · ไม่แจกค่า N(d) — ต้องเปิดตาราง z ด้านบนเอง · ทำครบก่อนเปิดเฉลย

⏱️ กติกา: กระดาษ ปากกา เครื่องคิดเลข + เลื่อนขึ้นไปใช้ตาราง z · ห้ามเปิดเฉลยจนกว่าจะทำครบหรือหมดเวลา · ข้อสอบชุดนี้ออกแบบให้ "โหดจริง" — ทำได้ 80%+ ด้วยตัวเอง = ระดับ 3.8 ในหัวข้อนี้
ข้อ 112 คะแนน

หุ้นราคา $S_0 = 45$ บาท ราคาใช้สิทธิ์ $K = 44$ บาท อัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงต่อเนื่อง $r = 5\%$ ต่อปี ความผันผวน $\sigma = 25\%$ ต่อปี อายุสัญญา $T = 0.5$ ปี (ไม่มีปันผล)

(ก) คำนวณ $d_1$ และ $d_2$ แสดงขั้นตอนครบ
(ข) เปิดตาราง z ด้านบน หาค่า $N(d_1)$ และ $N(d_2)$ พร้อมระบุว่าอ่านจากแถวใดคอลัมน์ใด
(ค) คำนวณราคา European call $C$ ด้วยสูตร Black-Scholes-Merton
(ง) หาราคา European put $P$ โดยใช้ Put-Call Parity (ไม่ต้อง BSM ซ้ำ)

📋 เกณฑ์: (ก) 3 คะแนน · (ข) 2 คะแนน · (ค) 4 คะแนน · (ง) 3 คะแนน
ข้อ 210 คะแนน

หุ้นราคาปัจจุบัน $S_0 = 300$ บาท ไม่มีปันผล อัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงต่อเนื่อง $r = 3\%$ ต่อปี อายุสัญญา $T = 1$ ปี ฟอร์เวิร์ดที่ซื้อขายในตลาดขณะนี้ราคา 305 บาท

(ก) คำนวณราคาฟอร์เวิร์ดที่ยุติธรรม $F_0^*$
(ข) ตรวจว่าราคาตลาด 305 บาท สูงเกินหรือต่ำเกินจริง และเท่าไหร่
(ค) ออกแบบกลยุทธ์อาร์บิทราจ แสดงตารางกระแสเงินสด (วันนี้ + ครบกำหนด) ครบทุกขา
(ง) คำนวณกำไรไร้ความเสี่ยงต่อหน่วย

📋 เกณฑ์: (ก) 2 คะแนน · (ข) 1 คะแนน · (ค) 5 คะแนน · (ง) 2 คะแนน
ข้อ 312 คะแนน

European call ราคา $C = 7$ บาท ราคาใช้สิทธิ์ $K = 100$ บาท อัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง $r = 5\%$ ต่อปี อายุ $T = 1$ ปี ราคาหุ้น $S_0 = 98$ บาท หุ้นจ่ายปันผล 2 บาทใน 6 เดือน และ European put ในตลาดซื้อขายที่ 9 บาท

(ก) คำนวณมูลค่าปัจจุบันของปันผล $PV(\text{div})$
(ข) ใช้ Put-Call Parity ที่ปรับด้วยปันผล หาราคา put ที่ยุติธรรม $P_{\text{fair}}$
(ค) เปรียบเทียบ $P_{\text{fair}}$ กับราคาตลาด 9 บาท — put แพงเกินหรือถูกเกิน? เท่าไหร่?
(ง) ออกแบบกลยุทธ์อาร์บิทราจอย่างละเอียด อธิบายทิศทางของแต่ละขาและกำไรที่ล็อกได้

📋 เกณฑ์: (ก) 2 คะแนน · (ข) 4 คะแนน · (ค) 2 คะแนน · (ง) 4 คะแนน
ข้อ 410 คะแนน

สำหรับ European call บนหุ้นที่ ไม่จ่ายปันผล เป็นที่รู้กันว่าการใช้สิทธิ์ก่อนกำหนดไม่คุ้ม แต่สำหรับ American put อาจคุ้มที่จะใช้สิทธิ์ก่อนกำหนด

(ก) เขียนขอบล่างของ European put และอธิบายว่าขอบล่างนี้อาจ น้อยกว่า มูลค่าใช้สิทธิ์ทันที $K - S_0$ ได้อย่างไร
(ข) อธิบายเหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์ว่าทำไม American put ที่ deep in-the-money จึงอาจคุ้มที่จะใช้สิทธิ์ก่อนกำหนด (นึกถึงดอกเบี้ยบน $K$)
(ค) เหตุใด American put จึงมีมูลค่า มากกว่าหรือเท่ากับ European put เสมอ แต่ American call บนหุ้นไม่ปันผลกลับเท่ากับ European call?

📋 เกณฑ์: (ก) 3 คะแนน · (ข) 4 คะแนน · (ค) 3 คะแนน
ข้อ 512 คะแนน

European call ซื้อขายในตลาดที่ราคา 6.5 บาท พารามิเตอร์: $S_0 = K = 50$, $r = 4\%$, $T = 1$ ปี ต้องการหา Implied Volatility ด้วย Newton-Raphson 1 รอบ เริ่มต้นที่ $\sigma_0 = 25\%$

(ก) คำนวณ $d_1$ และ $d_2$ ที่ $\sigma = 0.25$ (แสดงทุกขั้นตอน)
(ข) เปิดตาราง z ด้านบน หาค่า $N(d_1)$ และ $N(d_2)$
(ค) คำนวณ $C_{BSM}(0.25)$ ด้วย Black-Scholes-Merton
(ง) คำนวณ Vega: $\mathcal{V} = S_0\, N'(d_1)\sqrt{T}$ โดย $N'(x) = \dfrac{1}{\sqrt{2\pi}}\,e^{-x^2/2}$
(จ) ทำ Newton-Raphson 1 รอบ: $\sigma_1 = \sigma_0 + \dfrac{C_{\text{ตลาด}} - C_{BSM}}{\mathcal{V}}$

📋 เกณฑ์: (ก) 2 คะแนน · (ข) 2 คะแนน · (ค) 3 คะแนน · (ง) 3 คะแนน · (จ) 2 คะแนน
ข้อ 610 คะแนน

นักลงทุนสร้าง Long Butterfly Spread ด้วย European call 3 ชุด: ซื้อ call $K_1 = 80$ (พรีเมียม 13 บาท) ขาย call $K_2 = 90$ สองสัญญา (พรีเมียมสัญญาละ 6 บาท) และซื้อ call $K_3 = 100$ (พรีเมียม 2 บาท)

(ก) คำนวณต้นทุนสุทธิของกลยุทธ์
(ข) หากำไรสูงสุด และระบุว่าเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้น ณ วันหมดอายุเป็นเท่าใด
(ค) หาขาดทุนสูงสุด
(ง) หาจุดคุ้มทุนทั้งสองจุด
(จ) อธิบายสั้นๆ ว่านักลงทุนมองตลาดอย่างไรจึงเลือกใช้กลยุทธ์นี้

📋 เกณฑ์: (ก) 2 คะแนน · (ข) 2 คะแนน · (ค) 1 คะแนน · (ง) 3 คะแนน · (จ) 2 คะแนน
ข้อ 78 คะแนน

ดัชนีหุ้นมีราคาปัจจุบัน $S_0 = 500$ จุด อัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงต่อเนื่อง $r = 4\%$ ต่อปี อัตราปันผลตอบแทนต่อเนื่อง $q = 2\%$ ต่อปี อายุสัญญา $T = 0.5$ ปี

(ก) เขียนสูตรราคาฟอร์เวิร์ดสำหรับดัชนีที่มีปันผลต่อเนื่อง
(ข) คำนวณราคาฟอร์เวิร์ด $F_0$
(ค) อธิบายว่า $q$ มีผลต่อราคาฟอร์เวิร์ดอย่างไรและทำไม — ผู้ long ฟอร์เวิร์ดได้รับปันผลหรือไม่?

📋 เกณฑ์: (ก) 2 คะแนน · (ข) 3 คะแนน · (ค) 3 คะแนน
ข้อ 88 คะแนน

พอร์ตออปชันมีค่ากรีก: Delta $\Delta = 0.55$, Gamma $\Gamma = 0.04$, Theta $\Theta = -0.02$ บาทต่อวัน ในวันนี้ราคาหุ้นปรับขึ้น $dS = +3$ บาท

(ก) เขียนสูตรประมาณการ $\Delta V$ แบบ Delta-Gamma-Theta
(ข) คำนวณ $\Delta V$ แสดงแต่ละเทอมแยกกัน
(ค) เทอม Gamma ให้ผลบวกหรือลบในกรณีนี้ และทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
(ง) ถ้าราคาหุ้นไม่เปลี่ยน ($dS = 0$) พอร์ตได้กำไรหรือขาดทุนจาก time decay เท่าไหร่ต่อวัน?

📋 เกณฑ์: (ก) 2 คะแนน · (ข) 3 คะแนน · (ค) 2 คะแนน · (ง) 1 คะแนน
ข้อ 98 คะแนน

ตาราง Implied Volatility ของ European put บนดัชนีแห่งหนึ่ง (อายุ 3 เดือน) ดังนี้:

Strike $K$MoneynessImplied Vol
4,400Deep OTM put28%
4,700OTM put22%
5,000ATM (ราคาปัจจุบัน)18%
5,300OTM call16%
5,600Deep OTM call15%

(ก) ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าอะไร และ BSM มาตรฐานมีปัญหาอะไรกับข้อมูลชุดนี้
(ข) อธิบายเหตุผลทางประวัติศาสตร์ว่าทำไม put ฝั่ง OTM จึงมี implied vol สูงกว่า
(ค) ปรากฏการณ์นี้บอกอะไรเกี่ยวกับการรับรู้ความเสี่ยงหางซ้าย (left tail) ของตลาด
(ง) ผู้ขาย put ที่ deep OTM ควรระวังอะไร?

📋 เกณฑ์: (ก) 2 คะแนน · (ข) 2 คะแนน · (ค) 2 คะแนน · (ง) 2 คะแนน
ข้อ 1010 คะแนน

European call: $S_0 = 100$, $K = 100$, $r = 5\%$ ต่อปี, $\sigma = 20\%$ ต่อปี, $T = 1$ ปี ใช้แบบจำลองทวินาม 3 ขั้น ($\Delta t = 1/3$ ปี)

(ก) คำนวณ $u = e^{\sigma\sqrt{\Delta t}}$, $d = e^{-\sigma\sqrt{\Delta t}}$ และ $p = \dfrac{e^{r\Delta t}-d}{u-d}$
(ข) สร้างต้นไม้ราคาหุ้น 3 ขั้น แสดงราคา ณ ปลายทาง 4 โหนด
(ค) คำนวณ payoff ของ call ที่แต่ละโหนดปลายทาง
(ง) คิดย้อนกลับ (backward induction) จนได้ราคา call $C_0$
(จ) เปรียบเทียบผลกับราคา BSM โดยประมาณ และอธิบายทิศทางของส่วนต่าง

📋 เกณฑ์: (ก) 2 คะแนน · (ข) 2 คะแนน · (ค) 1 คะแนน · (ง) 4 คะแนน · (จ) 1 คะแนน
เปิดเฉลยทั้งหมด (ทำครบก่อนนะ)

เฉลยข้อ 1 — BSM เปิดตาราง z

(ก) คำนวณ $d_1, d_2$:

$$d_1 = \frac{\ln(45/44)+(0.05+0.25^2/2)(0.5)}{0.25\sqrt{0.5}} = \frac{0.02247+0.04063}{0.17678} \approx 0.3569$$
$$d_2 = d_1 - \sigma\sqrt{T} = 0.3569 - 0.1768 \approx 0.1802$$

(ข) เปิดตาราง z:
ปัด $d_1 \approx 0.36$ → $N(0.36) = 0.6406$ · ปัด $d_2 \approx 0.18$ → $N(0.18) = 0.5714$
(ค่าละเอียด: $N(0.3569) = 0.6394$, $N(0.1802) = 0.5715$)

(ค) ราคา Call:

$$C = 45(0.6394) - 44\,e^{-0.025}(0.5715) = 28.773 - 44(0.9753)(0.5715) \approx 28.77 - 24.52 \approx 4.25 \text{ บาท}$$

ยอมรับ 4.1–4.4 ตามการปัดค่าตาราง

(ง) ราคา Put ด้วย Put-Call Parity:

$$P = C - S_0 + Ke^{-rT} = 4.25 - 45 + 44\,e^{-0.025} = 4.25 - 45 + 42.91 \approx 2.16 \text{ บาท}$$

ยอมรับ 2.0–2.3


เฉลยข้อ 2 — อาร์บิทราจฟอร์เวิร์ด ราคาต่ำเกิน

(ก) ราคาฟอร์เวิร์ดยุติธรรม:

$$F_0^* = 300\,e^{0.03\times1} = 300 \times 1.03045 = 309.14 \text{ บาท}$$

(ข) ตลาด 305 < ยุติธรรม 309.14 → ราคาตลาดต่ำเกิน 4.14 บาท

(ค) กลยุทธ์: "ซื้อของถูก" = ซื้อฟอร์เวิร์ด + ขายชอร์ตหุ้น

การกระทำกระแสเงินสดวันนี้กระแสเงินสดครบกำหนด ($T=1$)
ขายชอร์ตหุ้น$+300$$-S_T$
นำเงิน 300 ไปลงทุนที่ $r = 3\%$$-300$$+300e^{0.03} = +309.14$
ซื้อฟอร์เวิร์ด (ราคา 305)$0$$+S_T - 305$
รวม$0$$309.14 - 305 = +4.14$

(ง) กำไรไร้ความเสี่ยง = 4.14 บาทต่อหน่วย ไม่ว่า $S_T$ จะเป็นเท่าใด

จุดสำคัญ: ฟอร์เวิร์ดถูกเกิน → ซื้อฟอร์เวิร์ด (ไม่ใช่ขาย) ทิศตรงข้ามกับกรณีราคาสูงเกิน


เฉลยข้อ 3 — Put-Call Parity ปันผล + อาร์บิทราจ

(ก) PV ของปันผล:

$$PV(\text{div}) = 2\,e^{-0.05\times0.5} = 2\,e^{-0.025} = 2 \times 0.9753 = 1.9506 \text{ บาท}$$

(ข) Put-Call Parity ที่มีปันผล: $C + Ke^{-rT} + PV(\text{div}) = P + S_0$

$$P_{\text{fair}} = C + Ke^{-rT} + PV(\text{div}) - S_0 = 7 + 100e^{-0.05} + 1.9506 - 98$$
$$= 7 + 95.123 + 1.9506 - 98 = 6.07 \text{ บาท}$$

(ค) ราคาตลาด 9 บาท > $P_{\text{fair}}$ 6.07 บาท → put ในตลาดแพงเกิน 2.93 บาท

(ง) กลยุทธ์อาร์บิทราจ:
ขาย put ตลาด (รับ +9 บาท) + สร้าง put สังเคราะห์ราคา 6.07 บาทด้วย: ซื้อ call (จ่าย 7) + ขายชอร์ตหุ้น (รับ 98) + ฝากเงิน $Ke^{-rT}$ และ $PV(\text{div})$ ณ อัตรา $r$
→ ล็อกกำไร $\approx 2.93$ บาทต่อหน่วย ไม่ว่า $S_T$ จะเป็นเท่าใด


เฉลยข้อ 4 — American Put กับการใช้สิทธิ์ก่อนกำหนด

(ก) ขอบล่าง European put:

$$P_E \ge \max\!\left(Ke^{-rT} - S_0,\;0\right)$$

เพราะ $Ke^{-rT} < K$ เมื่อ $r > 0$ ดังนั้น $Ke^{-rT} - S_0 < K - S_0$ = มูลค่าใช้สิทธิ์ทันที ขอบล่างของ European put จึงต่ำกว่ามูลค่าใช้สิทธิ์ทันทีเสมอ

(ข) เหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์:
สำหรับ put ที่ deep in-the-money การใช้สิทธิ์ทันทีรับเงิน $K - S_0$ แล้วนำ $K$ ไปลงทุนได้ดอกเบี้ย $rK$ ต่อปี ซึ่งอาจมากกว่า time value ที่ยังเหลืออยู่ในออปชัน (เมื่อ put ลึก in-the-money มาก time value เกือบเป็นศูนย์ แต่ดอกเบี้ยบน $K$ ยังคงได้รับถ้ารับเงินเดี๋ยวนี้)

(ค) American put ให้สิทธิ์ใช้ก่อนกำหนด ดังนั้น $P_A \ge P_E$ เสมอ และมักมากกว่า
American call บนหุ้นไม่ปันผล: ขอบล่าง $C \ge S_0 - Ke^{-rT} > S_0 - K$ เมื่อ $r > 0$ — ราคาตลาด call สูงกว่ามูลค่าใช้สิทธิ์ทันทีเสมอ จึงไม่คุ้มที่จะใช้สิทธิ์ก่อน American call = European call


เฉลยข้อ 5 — Implied Volatility Newton-Raphson

(ก) $d_1, d_2$ ที่ $\sigma = 0.25$:

$$d_1 = \frac{\ln(50/50)+(0.04+0.03125)(1)}{0.25} = \frac{0 + 0.07125}{0.25} = 0.2850$$
$$d_2 = 0.2850 - 0.25 = 0.0350$$

(ข) เปิดตาราง z:
ปัด $d_1 \approx 0.29$ → $N(0.29) = 0.6141$ · ปัด $d_2 \approx 0.04$ → $N(0.04) = 0.5160$
(ละเอียด: $N(0.285) = 0.6122$, $N(0.035) = 0.5140$)

(ค) ราคา BSM:

$$C_{BSM}(0.25) = 50(0.6122) - 50\,e^{-0.04}(0.5140) = 30.61 - 50(0.9608)(0.5140) \approx 30.61 - 24.69 = 5.92 \text{ บาท}$$

(ง) Vega:

$$\mathcal{V} = 50 \times \frac{1}{\sqrt{2\pi}}\,e^{-0.285^2/2} \times 1 = 50 \times 0.3833 \approx 19.15$$

(จ) Newton-Raphson รอบ 1:

$$\sigma_1 = 0.25 + \frac{6.5 - 5.92}{19.15} = 0.25 + \frac{0.58}{19.15} \approx 0.25 + 0.0303 \approx 28.0\%$$

เฉลยข้อ 6 — Long Butterfly Spread

(ก) ต้นทุนสุทธิ:

$$\text{Net Cost} = 13 - 2(6) + 2 = 3 \text{ บาท}$$

(ข) กำไรสูงสุด = $(K_2 - K_1) - \text{ต้นทุน} = (90-80)-3 = 7$ บาท เกิดเมื่อ $S_T = K_2 = 90$ บาท

(ค) ขาดทุนสูงสุด = ต้นทุนสุทธิ = 3 บาท (เกิดเมื่อ $S_T \le 80$ หรือ $S_T \ge 100$)

(ง) จุดคุ้มทุน:

$$\text{ล่าง} = K_1 + \text{ต้นทุน} = 80 + 3 = 83 \text{ บาท}$$
$$\text{บน} = K_3 - \text{ต้นทุน} = 100 - 3 = 97 \text{ บาท}$$

(จ) นักลงทุนคาดว่าราคาจะ ไม่เคลื่อนไหวมาก และอยู่ใกล้ $K_2 = 90$ — มุมมอง low volatility / sideways · กลยุทธ์มี upside จำกัดและ downside จำกัด


เฉลยข้อ 7 — ฟอร์เวิร์ดดัชนีปันผลต่อเนื่อง

(ก) สูตร:

$$F_0 = S_0\,e^{(r-q)T}$$

(ข) คำนวณ:

$$F_0 = 500\,e^{(0.04-0.02)(0.5)} = 500\,e^{0.01} = 500 \times 1.01005 = 505.03 \text{ จุด}$$

(ค) อัตราปันผล $q$ ทำให้ราคาฟอร์เวิร์ด ต่ำลง เพราะผู้ถือหุ้นได้รับปันผลระหว่างทาง แต่ผู้ long ฟอร์เวิร์ด ไม่ได้รับปันผล — ราคาฟอร์เวิร์ดจึงต้องถูกกว่ากรณีไม่มีปันผลเพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป


เฉลยข้อ 8 — P&L Delta-Gamma-Theta

(ก) สูตร:

$$\Delta V = \Delta\,(dS) + \frac{1}{2}\Gamma\,(dS)^2 + \Theta\,(\Delta t)$$

(ข) คำนวณแต่ละเทอม ($dS = +3$, $\Delta t = 1$ วัน):

$$\Delta V = 0.55(3) + \frac{1}{2}(0.04)(9) + (-0.02)(1) = 1.65 + 0.18 - 0.02 = 1.81 \text{ บาท}$$

(ค) เทอม Gamma ให้ผล บวกเสมอ เพราะ $\frac{1}{2}\Gamma(dS)^2 \ge 0$ ไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง — เป็น convexity benefit ของ long option position

(ง) ถ้า $dS = 0$: $\Delta V = 0 + 0 + (-0.02)(1) = -0.02$ บาทต่อวัน (ขาดทุน 0.02 บาทจาก time decay)


เฉลยข้อ 9 — Volatility Skew

(ก) ปรากฏการณ์นี้คือ Volatility Skew (หรือ Smirk) — implied vol เอียงไปสูงฝั่ง put OTM BSM สมมติ $\sigma$ คงที่ทุก strike แต่ข้อมูลจริงแสดงว่า $\sigma_{\text{implied}}$ แตกต่างกัน ซึ่งขัดสมมติฐาน BSM โดยตรง

(ข) หลังวิกฤตตลาด 1987 (Black Monday) นักลงทุนหวาดกลัวการตกแรง จึงยอมจ่ายพรีเมียมสูงเพื่อซื้อ put OTM เป็นประกันขาลง (crash protection) ทำให้ implied vol ฝั่ง put ถูก bid ขึ้น

(ค) skew สะท้อนว่าตลาดเชื่อว่าการตกแรง (fat left tail) เกิดบ่อย/รุนแรงกว่าที่ normal distribution ของ BSM ทำนาย — ตลาดรับรู้ความเสี่ยงหางซ้ายสูงกว่าโมเดล

(ง) ผู้ขาย put OTM รับพรีเมียมสูงแต่แบกความเสี่ยง tail risk — เมื่อตลาดตกแรงจะขาดทุนหนักมาก (short gamma + short vega ในทิศที่เจ็บปวดที่สุด) "เก็บเบี้ยปีนั้นนับร้อย ขาดทุนคืนเดียวล้านได้"


เฉลยข้อ 10 — Binomial Tree 3 ขั้น

(ก) พารามิเตอร์:

$$u = e^{0.20\sqrt{1/3}} = e^{0.1155} = 1.1224, \quad d = e^{-0.1155} = 0.8909$$
$$p = \frac{e^{0.05/3}-0.8909}{1.1224-0.8909} = \frac{1.01681-0.8909}{0.2315} = \frac{0.12591}{0.2315} \approx 0.5438$$

(ข) ราคาปลายทาง 4 โหนด ($t = T$):

โหนดราคาหุ้นPayoff Call ($K=100$)
$uuu$$100(1.1224)^3 = 141.4$$41.4$
$u^2d$$100(1.1224)^2(0.8909) = 112.2$$12.2$
$ud^2$$100(1.1224)(0.8909)^2 = 89.1$$0$
$ddd$$100(0.8909)^3 = 70.7$$0$

(ง) Backward Induction ใช้ $e^{-r\Delta t} = e^{-0.05/3} = 0.9835$, $1-p = 0.4562$:

$$C_{uu} = 0.9835[0.5438(41.41)+0.4562(12.23)] = 0.9835(22.52+5.58) = 27.64$$
$$C_{ud} = 0.9835[0.5438(12.23)+0.4562(0)] = 0.9835(6.65) = 6.54$$
$$C_{dd} = 0$$
$$C_u = 0.9835[0.5438(27.64)+0.4562(6.54)] = 0.9835(15.03+2.98) = 17.71$$
$$C_d = 0.9835[0.5438(6.54)+0.4562(0)] = 0.9835(3.56) = 3.50$$
$$C_0 = 0.9835[0.5438(17.71)+0.4562(3.50)] = 0.9835(9.63+1.60) = 0.9835 \times 11.23 \approx 11.04 \text{ บาท}$$

(จ) ราคา BSM ≈ 10.45 บาท · Binomial 3 ขั้นให้สูงกว่าเล็กน้อยเพราะ discrete approximation — เพิ่มจำนวนขั้นจะยิ่งเข้าใกล้ BSM


ตารางเกณฑ์ประเมินระดับความสามารถ

คะแนนระดับความหมาย
80–100A (เกรด 3.8)เทียบเกรด 3.8 ในหัวข้ออนุพันธ์ได้จริง — เข้าใจลึกทั้งสูตร เหตุผล และอาร์บิทราจ
65–79B+ (ใกล้แล้ว)แม่นสูตรหลัก แต่ยังตกกับดักข้อพิสูจน์และข้อผสม — เน้น: พาริตี/อาร์บิทราจ/Greek
50–64Bแม่นสูตร BSM และทวินาม แต่ยังอ่อนข้อแนวคิด/skew/American put
<50กลับชั้นพื้นฐานทบทวน X1 + X2 ก่อน แล้วค่อยมาชุดนี้ใหม่ — อย่าเร่ง
หมายเหตุ: ชุดนี้ออกแบบโหดจริง — ไม่แจกตัวกลาง ต้องเปิดตาราง z เอง มีข้อผสมหลายขั้น และข้อพิสูจน์เชิงแนวคิด ทำได้ 80%+ ด้วยตัวเองโดยไม่ดูเฉลยระหว่างทำ = ระดับ 3.8 จริงๆ · เนื้อหาทั้งหมดเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน

🏆 ถ้าทำชั้นนี้ได้ = ระดับ 3.8 จริง

ชั้นนี้ต่างจากภาคปฏิบัติพื้นฐานตรงที่ ไม่มีตัวช่วย — ต้องเปิดตารางเอง สร้างกลยุทธ์เอง พิสูจน์เอง และไม่ตกหลุมกับดัก ถ้าทำข้อสอบ X3 ได้ ~80%+ ด้วยตัวเอง นั่นคือระดับที่เทียบนักศึกษาเกรด 3.8 ในหัวข้ออนุพันธ์/การตั้งราคาได้จริง ไม่ใช่แค่ "ท่องสูตรเป็น"

ขั้นต่อไปถ้าอยากครบทั้งวิชา FE ระดับ 3.8: ทำชั้นท้าทายแบบนี้ให้กลุ่ม 1 (รากฐาน), 3 (พอร์ต/ความเสี่ยง), 4 (เชิงคำนวณ) และถ้าจะแตะระดับ "ปริญญาโท MFE" จริง ต้องเติม measure theory / Girsanov / stochastic volatility / copula — บอกนอมได้เลย

📖 อ้างอิงมาตรฐาน: Hull Options, Futures, and Other Derivatives (บทอนุพันธ์/BSM/Greeks) · MIT OCW 15.401, 18.S096