เฉลยข้อ 1 — ราคาฟอร์เวิร์ด
สูตรราคาฟอร์เวิร์ดสำหรับหุ้นที่ไม่มีปันผล:
$$F_0 = S_0\, e^{rT}$$
แทนค่า:
$$F_0 = 200\, e^{0.03 \times 2} = 200\, e^{0.06}$$
คำนวณ $e^{0.06} \approx 1.06184$
$$F_0 \approx 200 \times 1.06184 \approx 212.37 \text{ บาท}$$
ตอบ: ราคาฟอร์เวิร์ดที่ยุติธรรม $F_0 \approx 212.37$ บาท
เฉลยข้อ 2 — พุต–คอล พาริตี
ความสัมพันธ์พุต–คอล พาริตี:
$$C + K e^{-rT} = P + S_0$$
จัดรูปหา $P$:
$$P = C + K e^{-rT} - S_0$$
คำนวณ $K e^{-rT} = 150\, e^{-0.04} \approx 150 \times 0.96079 \approx 144.12$
$$P = 12 + 144.12 - 145 = 11.12 \text{ บาท}$$
ตอบ: ราคา European put $P \approx 11.12$ บาท
เฉลยข้อ 3 — BSM (ATM)
คำนวณ $d_1$ และ $d_2$:
$$d_1 = \frac{\ln(S_0/K) + (r + \sigma^2/2)T}{\sigma\sqrt{T}} = \frac{\ln(1) + (0.05 + 0.03125)(0.5)}{0.25\sqrt{0.5}}$$
$$d_1 = \frac{0 + 0.040625}{0.17678} \approx 0.2298$$
$$d_2 = d_1 - \sigma\sqrt{T} = 0.2298 - 0.17678 \approx 0.0530$$
ค่า $N(\cdot)$ จากตาราง: $N(d_1) = N(0.23) \approx 0.5909$, $N(d_2) = N(0.05) \approx 0.5211$
สำหรับ put: $N(-d_1) \approx 0.4091$, $N(-d_2) \approx 0.4789$
ราคา Call:
$$C = S_0 N(d_1) - K e^{-rT} N(d_2) = 60(0.5909) - 60(0.97531)(0.5211)$$
$$C = 35.454 - 60(0.97531)(0.5211) \approx 35.454 - 30.493 \approx 4.96 \text{ บาท}$$
ราคา Put (ใช้พาริตี):
$$P = C + K e^{-rT} - S_0 = 4.96 + 58.52 - 60 \approx 3.47 \text{ บาท}$$
ตอบ: Call $\approx 4.96$ บาท · Put $\approx 3.47$ บาท
เฉลยข้อ 4 — BSM (OTM Call)
คำนวณ $d_1$:
$$d_1 = \frac{\ln(80/85) + (0.04 + 0.35^2/2)(1)}{0.35\sqrt{1}} = \frac{-0.06062 + 0.10125}{0.35} = \frac{0.04063}{0.35} \approx 0.1161$$
$$d_2 = 0.1161 - 0.35 = -0.2339$$
ค่า $N(\cdot)$: $N(0.12) \approx 0.5462$, $N(-0.23) \approx 0.4075$
ราคา Call:
$$C = 80(0.5462) - 85(0.96079)(0.4075) = 43.696 - 85(0.96079)(0.4075)$$
$$C = 43.696 - 85 \times 0.39152 \approx 43.696 - 33.279 \approx 10.42 \text{ บาท}$$
ตอบ: ราคา European call $\approx 10.42$ บาท
เฉลยข้อ 5 — ทวินาม 2 ขั้น
ขั้น 1: หาพารามิเตอร์
$$u = e^{\sigma\sqrt{\Delta t}} = e^{0.2\sqrt{0.5}} \approx 1.1519$$
$$d = \frac{1}{u} = \frac{1}{1.1519} \approx 0.8681$$
$$p = \frac{e^{r\Delta t} - d}{u - d} = \frac{1.0253 - 0.8681}{1.1519 - 0.8681} = \frac{0.1572}{0.2838} \approx 0.5539$$
ดังนั้น $1 - p \approx 0.4461$
ขั้น 2: ราคาหุ้นทุกโหนด
$$S_{uu} = 100 \times 1.1519^2 \approx 132.69$$
$$S_{ud} = 100 \times 1.1519 \times 0.8681 \approx 100.00$$
$$S_{dd} = 100 \times 0.8681^2 \approx 75.36$$
ขั้น 3: Payoff ปลายทาง (European call, $K=100$)
$$C_{uu} = \max(132.69 - 100, 0) = 32.69$$
$$C_{ud} = \max(100 - 100, 0) = 0$$
$$C_{dd} = \max(75.36 - 100, 0) = 0$$
ขั้น 4: คิดย้อนกลับ
ที่โหนด $u$ (หลังขั้นแรก):
$$C_u = e^{-r\Delta t}\bigl[p\cdot C_{uu} + (1-p)\cdot C_{ud}\bigr] = e^{-0.025}[0.5539 \times 32.69 + 0.4461 \times 0] \approx 0.97531 \times 18.11 \approx 17.66$$
ที่โหนด $d$:
$$C_d = e^{-0.025}[0.5539 \times 0 + 0.4461 \times 0] = 0$$
ราคา ณ วันนี้:
$$C_0 = e^{-0.025}[0.5539 \times 17.66 + 0.4461 \times 0] \approx 0.97531 \times 9.782 \approx 9.54 \text{ บาท}$$
ตอบ: ราคา European call $\approx 9.54$ บาท
เฉลยข้อ 6 — เดลตาเฮดจ์
พอร์ตปัจจุบัน: short 500 call แต่ละตัวมี $\Delta = 0.45$
$$\Delta_{\text{port}} = -500 \times 0.45 = -225$$
เพื่อให้ $\Delta_{\text{port}} = 0$ ต้องเพิ่มเดลตา $+225$ โดยการซื้อหุ้น 225 หน่วย (เดลตาของหุ้น = 1 ต่อหน่วย)
เหตุผล: ถ้าราคาหุ้นขึ้น ออปชั่น call ที่เรา short จะขาดทุน แต่หุ้นที่ซื้อไว้จะกำไร ชดเชยกันพอดี ทำให้พอร์ตไม่ไวต่อการขยับของราคาหุ้นขนาดเล็ก
ตอบ: ซื้อหุ้น 225 หน่วย เพื่อทำให้พอร์ต delta-neutral
เฉลยข้อ 7 — กรีก & การประมาณ P&L
สูตร Taylor อันดับสอง:
$$\Delta C \approx \Delta \cdot \Delta S + \frac{1}{2}\,\Gamma\,(\Delta S)^2$$
แทนค่า $\Delta = 0.55$, $\Gamma = 0.03$, $\Delta S = 4$:
$$\Delta C \approx 0.55 \times 4 + \frac{1}{2} \times 0.03 \times 4^2 = 2.20 + \frac{1}{2} \times 0.03 \times 16$$
$$\Delta C \approx 2.20 + 0.24 = 2.44 \text{ บาท}$$
บทบาทพจน์แกมมา: เดลตาสมมติว่าความสัมพันธ์ราคาออปชั่น–หุ้นเป็นเส้นตรง แต่ในความจริงเส้นโค้ง (convexity) แกมมาจับความโค้งนี้ไว้ ยิ่งการขยับ $\Delta S$ ใหญ่ พจน์ $\frac{1}{2}\Gamma(\Delta S)^2$ ยิ่งสำคัญ ละเลยไม่ได้
ตอบ: ราคา call เพิ่มขึ้นประมาณ $\Delta C \approx 2.44$ บาท
เฉลยข้อ 8 — Risk-Neutral Valuation
(1) ทำไม $\mu$ หายไป?
ในการพิสูจน์ BSM เราสร้างพอร์ต $\Pi$ ที่ประกอบด้วย long $\partial C/\partial S$ หน่วยหุ้น และ short 1 ออปชั่น:
$$d\Pi = \frac{\partial C}{\partial S}\,dS - dC$$
เมื่อแทน $dS$ และ $dC$ (จาก Ito's lemma) พจน์ที่มี $dW$ (noise แบบสุ่มซึ่งมี $\mu$ แฝงอยู่) จะหักล้างกันพอดี เพราะเราเลือกสัดส่วนถือครองพอดีจะทำให้พอร์ตปราศจากความเสี่ยง ($d\Pi$ ไม่มีพจน์ $dW$) พอร์ตที่ไร้ความเสี่ยงต้องให้ผลตอบแทน $r$ เท่านั้น $\mu$ จึงไม่ปรากฏในสมการ
(2) Risk-Neutral Valuation คืออะไร?
เมื่อ $\mu$ หายไป เราตั้งราคาออปชั่นได้ราวกับว่านักลงทุนทุกคนเป็นกลางต่อความเสี่ยง (risk-neutral) นั่นคือทุกสินทรัพย์โตด้วย $r$ ในโลกนั้น เราใช้ $r$ เป็นอัตราคิดลดและคำนวณ expected payoff ภายใต้ risk-neutral measure $\mathbb{Q}$ แทน real-world measure $\mathbb{P}$
นักลงทุน 2 คนที่มีความคาดหวัง $\mu$ ต่างกัน ยังตกลงราคาออปชั่นเดียวกันได้เพราะราคาออปชั่นไม่ขึ้นกับ $\mu$ — ขึ้นกับ $r$, $\sigma$, $S_0$, $K$, $T$ เท่านั้น ซึ่งทุกคนเห็นตรงกัน
ตอบ: $\mu$ หายไปเพราะพอร์ตเฮดจ์กำจัดความเสี่ยงได้สมบูรณ์ · risk-neutral valuation คือการตั้งราคาภายใต้ measure ที่สินทรัพย์ทุกตัวโตด้วย $r$ โดยไม่จำเป็นต้องรู้ $\mu$ ของนักลงทุนแต่ละคน
เกณฑ์ให้คะแนนตัวเอง
| คะแนน |
ระดับ |
ความหมาย |
| 85 – 100 |
แม่นสูตรพื้นฐานดีเยี่ยม |
ใช้สูตร M4–M6 ได้คล่อง = ระดับ "สอบผ่านสบาย" (ราว B ในข้อสอบจริง) — ยังไม่ใช่ระดับ 3.8 ดูหมายเหตุใต้ตาราง |
| 70 – 84 |
B — ใกล้พร้อม |
ทำเพิ่ม 1–2 รอบในจุดที่พลาด |
| 55 – 69 |
C — ต้องเสริม |
กลับไปทบทวน Section B–C ก่อน |
| <55 |
ทบทวนใหม่ |
ผ่าน Section A–C ให้ครบก่อนลองสอบอีกครั้ง |
📏 หมายเหตุความตรงไปตรงมา (ระดับของข้อสอบชุดนี้): ข้อสอบนี้วัด "ความแม่นในการใช้สูตรพื้นฐาน M4–M6" เป็นหลัก (6 ใน 8 ข้อเป็นการแทนสูตร และให้ค่า $N(d)$ มาแล้ว) — ทำได้ 85%+ จึงแปลว่า "ใช้สูตรคล่องระดับสอบผ่าน (B)" ยังไม่พอจะสรุปว่าเทียบเท่านักศึกษาเกรด 3.8 ข้อสอบระดับ 3.8 จริงจะ (1) ไม่แจกค่า $N(d)$ ให้ ต้องเปิดตารางเอง (2) มีข้อสร้างกลยุทธ์อาร์บิทราจเอง (3) มีข้อพิสูจน์ (4) มีกับดักแยกคนเข้าใจจริงออกจากคนท่องสูตร (5) ครอบคลุมกว้างขึ้น (futures มีปันผล, implied vol, American option) — ฉบับ "วัดเกรด 3.8 จริง" เป็นงานที่ทำเพิ่มได้ถ้าต้องการ
ข้อความให้กำลังใจ: ไม่ว่าผลจะออกมาเท่าไหร่ การที่คุณนั่งทำข้อสอบจำลองจนครบ 8 ข้อคือก้าวที่นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ทำ ความเข้าใจ derivatives ต้องการการฝึกฝนซ้ำ ไม่ใช่แค่อ่าน — ทุกข้อที่พลาดคือแผนที่บอกว่าต้องฝึกตรงไหน ทบทวนเฉลยช้าๆ แล้วลองทำใหม่อีกครั้งโดยไม่ดูเฉลย นั่นคือวิธีที่ได้ผลที่สุด